ธนาคารแห่งชาติของอังกฤษไม่ยอมน้อยหน้า มีแนวความคิดที่จะทำเหรียญดิจิตอลด้วย

ไม่ใช่แค่จีน หรือญี่ปุ่นเท่านั้น ที่ต้องการสร้างเหรียญดิจิตอลเป็นของตัวเอง ล่าสุดธนาคารแห่งชาติของประเทศอังกฤษ ก็มีความคิดที่จะสร้างเหรียญเงินดิจิตอล โดยให้ชื่อว่า RSCoin โดยธนาคารแห่งชาติประเทศอังกฤษ ได้ประกาศแผนที่จะพัฒนาเงินเสมือน ( Virtual currency ) ที่มีชื่อว่า RSCoin ที่มีลักษณะเหมือนบิทคอยน์ โดยทำงานบน Blockchain ที่แยกจาก Blockchain ของเหรียญบิทคอยน์ หรือเหรียญเงินดิจิตอลอื่นๆ โดยเหรียญ RSCoin ได้เกิดขึ้นมาจากการวิจัยของมหาวิทยาลัย University College of London (…

บิทคอยน์ ศัตรูตัวฉกาจที่ธนาคารต้องเผชิญ

หลังจากที่เงินสกุลดิจิตอลได้กำเนิดบนโลก และในปี 2013 มูลค่าการซื้อขายบิทคอนย์ได้เพิ่มมากถึง 6000% ในปีเดียว ซึ่งมันเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อมากที่เงินในรูปแบบเงินเสมือนจะสร้างมูลค่าได้มากขนาดนี้ แน่นอนเมื่อมีมูลค่าการซื้อขายมากขนาดนี้ ตัวที่ได้รับผลกระทบเต็มๆ คือ เงินสดที่อยู่ในโลกแห่งความจริง และแน่นอน ธนาคาร ที่เป็นผู้หารายได้จากเงินสดที่หมุนเวียนอยู่ในระบบ จะเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการใช้จ่ายผ่านบิทคอยน์มากที่สุด เพราะบิทคอยน์เป็นเงินที่ไม่ต้องมีตัวกลางในการดูแล กล่าวคือการโอนระหว่างกัน ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมหรือเสียน้อยมาก เมื่อเทียบกับการโอนผ่านธนาคาร และมีความรวดเร็วการโอนผ่านธนาคารเสียด้วยซ้ำ ในภาคการธนาคารเองก็ไม่ได้ที่จะต่อต้านการใช้จ่ายบิทคอยน์เสียอย่างเดียว และก็ไม่ได้สนับสนุนแบบเต็มที่ด้วยเหมือนกัน ดังจะเห็นได้ว่าจากที่ธนาคารเองได้พยายามนำเทคโนโลยีจากบิทคอยน์ คือ ระบบ Blockchain มาใช้ในระบบการเงินซึ่งก็อยู่ในช่วงการพัฒนาอยู่ แต่ด้วยที่ว่าระบบ Blockchain หลักการสำคัญของมันก็คือ…

7 ธนาคารยักษ์ใหญ่แห่งเอเชีย หันมาศึกษาเทคโนโลยี Blockchain อย่างจริงจังแล้ว

จากที่ก่อนหน้านี้ สถาบันทางการเงินในแถบเอเชียเองก็ไม่ได้สนับสนุนระบบเงินดิจิตอลมากนัก ดังจะเหตุการณ์ที่ตลาดเทรดบิทคอยน์รายใหญ่ที่ประเทศญี่ปุ่น Mt Gox พนักงานภายในได้ทำการยักยอกเงินลูกค้า เมื่อปี 2014 และธนาคารแห่งชาติของจีนเองก็เคยมีการปราบปราบตลาดรับซื้อขายบิทคอยน์กันมาแล้ว แต่ตอนนี้มุมมองของภาคธนาคารเกี่ยวกับเรื่องระบบเงินดิจิตอลได้เปลี่ยนไป เริ่มมองเห็นในสิ่งที่เงินสกุลดิจิตอลมี แต่ระบบเงินสด หรือระบบเครดิตไม่มี ซึ่งสิ่งนั้นก็คือ เทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลังเหล่าเงินดิจิตอลเหล่านั้น นั้นก็คือ Blockchain ซึ่งในแถบภูมิภาคเอเชียเพิ่งเริ่มมีการที่จะศึกษาระบบเทคโนโลยี Blockchain อย่างจริงจังเมื่อไม่นานนี้เอง โดยมีพี่ใหญ่ประเทศจีน และตามด้วยญี่ปุ่นที่เริ่มสนใจศึกษาเงินสกุลดิจิตัลและเทคโนโลยี Blockchain  ทั้งๆ ที่ภาคการเงินประเทศในแถบยุโรปและอเมริกาก็ได้ศึกษามาก่อนหน้านี้แล้ว อาจจะเพราะด้วยยังคงกัลวลในส่วนเล็กๆ น้อยๆ ของระบบ Blockchain ที่ยังไม่สามารถควบคุมได้…

Ledger Nano S - The secure hardware wallet