บิทคอยน์มาแรง IBM, JP Morgan, London Stock ต่างสนใจในเทคโนโลยีของบิทคอนย์

วิ่งบิทคอยน์

ในตอนนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่า บิทคอนย์ กำลังมาแรง ซึ่งเมื่อดูจากอัตราและเปลี่ยนย้อนหลังตั้งแต่ปี 2010 จะเห็นว่ามีการเพิ่มขึ้นของอัตราแลกเปลี่ยนของ BTC/USD ซึ่งพิสูจน์ได้ว่าเป็นที่ยอมรับว่าบิทคอยน์เป็นเสมือนเงินสกุลหนึ่ง

ราคาบิท news
ถึงแม้ว่าจะมีช่วงที่ราคาได้ดิ่งลงในช่วงปี 2014 โดยจาก 817 usd เหลือ 210 usd แต่ทว่า ตั้งแต่ต้นปี 2015 ราคาก็ค่อยๆไต่กลับมาอยู่ในช่วงประมาณ 300-450 usd ทำให้บิทคอยน์ในสายตาชาวโลกดูเหมือนมีความน่าสนใจในการมาลงทุน เพราะดูมีความมั่นคง เหมือนค่าเงินสกุลหนึ่งๆ ที่ยังมีทั้งตลาดรับแลกเปลี่ยน, ซื้อขาย กันทั่วโลก ซึงเป็นที่คาดกันว่าการลงทุนในบิทคอยน์จะได้รับความนิยมกันมากขึ้นในอนาคต
ซึ่งในภูมิภาคเอเชียเองก็เริ่มมีจำนวนนักลงทุนที่สนใจมาเทรดบิทคอยน์กันมากขึ้น เช่น อินเดีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย รวมถึงประเทศไทยด้วยเช่นกัน ซึ่งไม่ใช่แค่การเทรดซื้อขายอย่างเดียวเท่านั้น ในแต่ล่ะประเทศก็ต่างพยายามที่จัดบริการเกี่ยวกับบิทคอยน์ เช่น การแลกเปลี่ยนระหว่างบิทคอยน์และเงินสด หรือ การใช้บิทคอยน์ในการจ่ายค่าสินค้าและบริการ ซึ่งสิ่งนี้ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้มีปริมาณการใช้บิทคอยน์เพิ่มมากขึ้น
ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการเงินยังคาดการณ์ว่า บิทคอยน์ยังมีแนวโน้มในการลงทุนที่ดี และยังคาดหวังว่าจะเห็นราคาพุ่งกระฉูดช่วงกลางปี 2016
ที่มาของข่าว newsbtc
และแล้ว IBM ก็ได้นำ Blockchain มาพัฒนาระบบเกี่ยวกับการเงิน การธนาคาร ทั้งการโอนรับจ่าย การซื้อขายหุ้น ซึ่งก็มีรายใหญ่เข้าร่วมพัฒนาด้วย เช่น JP Morgan, London Stock Exchange ซึ่งได้เรียกการพัฒนานี้ว่า Open Ledjer Project ซึ่งเป็นการนำเอาระบบของ Blockchain มาประยุกต์ใช้  ซึ่งก็จะมีอีกกลุ่มที่ช่วยในการพัฒนาคือ Linux Foundation และ กลุ่มที่ไม่ประสงค์จะออกนาม
โดยทาง IBM ได้ระบุว่า “ตัวเขาเองไม่ได้สนใจในเรื่องของสกุลเงินดิจิตอลเท่าไหร่ แต่พวกเราสนใจในเทคโนโลยีของมัน ที่จะสามารถนำไปใช้ นำไปประยุกต์ใช้ต่อไป ซึ่งสามารถที่จะสร้างสิ่งต่างๆได้เป็นพันๆอย่าง โดยเริ่มจาก blockchain”
ยังมีอีกหลายหน่วยงานที่สนใจในการพัฒนาระบบ Blockchain เพื่อนำมาใช้กับธุรกิจของตัวเอง เช่น ANZ Bank, CLS, Credits, Digital Asset, Fujitsu, Initiative for CryptoCurrencies and Contracts, Mitsubishi UFJ Financial Group, State Street, SWIFT, VMware และ Wells Fargo.
นอกจากนี้ มีเพียง DAH และ IBM เท่านั้นที่ต้องการพัฒนาและผลักดันระบบนี้ให้เป็นระบบเสรี ที่ไม่ต้องมีใครควบคุม ไม่ใช่เป็นของใครคนหนึ่ง ซึ่งเขาต้องการพัฒนาให้เป็นเหมือนระบบโครงข่ายอินเตอร์เน็ต ที่มันไม่ใช่ของใครคนหนึ่ง
นาย Jim Zimlin  ผู้อำนวยการบริหาร Linux Foundation ได้ให้สัมภาษณ์ที่ Bloomberg ว่าเทคโนโลยีนี้ยังใหม่ และก็ยังเป็นเทคโนโลยีที่มีความซับซ้อนอย่างมาก แต่ก็จะพัฒนาเพื่อสามารถที่จะให้ทุกๆหน่วยงานนั้นนำไปใช้ เพื่อให้มีการเชื่อมต่อถึงกันในทุกๆระบบ
ที่มาของข่าว coindesk
Ledger Nano S - The secure hardware wallet

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Ledger Nano S - The secure hardware wallet