Ledger Nano S - The secure hardware wallet

บิทคอยน์ ศัตรูตัวฉกาจที่ธนาคารต้องเผชิญ

หลังจากที่เงินสกุลดิจิตอลได้กำเนิดบนโลก และในปี 2013 มูลค่าการซื้อขายบิทคอนย์ได้เพิ่มมากถึง 6000% ในปีเดียว ซึ่งมันเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อมากที่เงินในรูปแบบเงินเสมือนจะสร้างมูลค่าได้มากขนาดนี้ แน่นอนเมื่อมีมูลค่าการซื้อขายมากขนาดนี้ ตัวที่ได้รับผลกระทบเต็มๆ คือ เงินสดที่อยู่ในโลกแห่งความจริง และแน่นอน ธนาคาร ที่เป็นผู้หารายได้จากเงินสดที่หมุนเวียนอยู่ในระบบ จะเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการใช้จ่ายผ่านบิทคอยน์มากที่สุด เพราะบิทคอยน์เป็นเงินที่ไม่ต้องมีตัวกลางในการดูแล กล่าวคือการโอนระหว่างกัน ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมหรือเสียน้อยมาก เมื่อเทียบกับการโอนผ่านธนาคาร และมีความรวดเร็วการโอนผ่านธนาคารเสียด้วยซ้ำ ในภาคการธนาคารเองก็ไม่ได้ที่จะต่อต้านการใช้จ่ายบิทคอยน์เสียอย่างเดียว และก็ไม่ได้สนับสนุนแบบเต็มที่ด้วยเหมือนกัน ดังจะเห็นได้ว่าจากที่ธนาคารเองได้พยายามนำเทคโนโลยีจากบิทคอยน์ คือ ระบบ Blockchain มาใช้ในระบบการเงินซึ่งก็อยู่ในช่วงการพัฒนาอยู่ แต่ด้วยที่ว่าระบบ Blockchain หลักการสำคัญของมันก็คือ…

อัตราดอกเบี้ยเงินฝากติดลบ เงินสดถูกจำกัดการใช้จ่าย แล้วนักลงทุนจะยังไง?

ในช่วงเกิดวิกฤตทางการเงินในปี 2008 ธนาคารกลางทั่วโลกได้ทำการปรับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากแบบออมทรัพย์ โดยมีการปรับเป็นลบ พูดง่ายๆ ก็คือฝากเงิน ไว้กับธนาคาร แต่ไม่ได้ดอกเบี้ย แถมจะเสียดอกเบี้ยให้กับธนาคารซะอีก ซึ่งประชาชนส่วนมากจึงทำการเก็บเงินสดไว้กับตัวแทนที่จะฝากธนาคารเพื่อเสียค่าธรรมเนียม และมาถึงปัจจุบันนี้ เศรษฐกิจของโลกก็ประสบปัญหาเหมือนปี 2008 แต่ความรุนแรงน่าจะแรงกว่า ด้วย ณ ตอนนี้ก็เกินสงครามค่าเงินกันระหว่างดอลล่ากับหยวน โดยสหรัฐพยายามทุกวิถีทางที่ไม่ให้หยวนของจีน ก้าวมาเป็นเบอร์ 1 แทน แต่ด้วยสภาวะหนี้สินที่สหรัฐสร้างขึ้นมาเองจากการทำ QE ก็ส่งผลให้สภาวะเศษฐกิจทั่วโลกต้องได้รับผลกระทบกันไปทั่ว ไม่ว่าจะเป็นตลาดหลักทรัพย์ การเงินการธนาคาร ก็ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อพยุงเศรษฐกิจให้ผ่านไป อย่างเช่น การออกพันธบัตรแต่ไม่มีดอกเบี้ยให้ การจำกัดการถอนเงิน…

หรือว่าจะเลื่อน Hard-fork เป็นปี 2017?

จากการประชุมที่เกี่ยวกับบิทคอยน์ ที Cyberport ฮ่องกง เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ที่ผ่า่นมา โดยผู้เข้าร่วมประชุมเสวนานี้โดยส่วนมากเป็น นักพัฒนาระบบ และ CEO ของบริษัทยักษ์ใหญ่ต่างๆ เช่น Bitfury, Bitmain, Han solo, Blockcould, A-XBT, Bit-x exchange, Coinfloor, Houbi และยังมีนักพัฒนาจาก Bitcoin core มาเข้าร่วมประชุมนี้ด้วย ซึ่งผลจากการประชุมนั้นสรุปใจความได้ว่า ต้องการที่จะทำ…