Ledger Nano S - The secure hardware wallet

หรือว่าจะเลื่อน Hard-fork เป็นปี 2017?

hf bitcoin

จากการประชุมที่เกี่ยวกับบิทคอยน์ ที Cyberport ฮ่องกง เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ที่ผ่า่นมา โดยผู้เข้าร่วมประชุมเสวนานี้โดยส่วนมากเป็น นักพัฒนาระบบ และ CEO ของบริษัทยักษ์ใหญ่ต่างๆ เช่น Bitfury, Bitmain, Han solo, Blockcould, A-XBT, Bit-x exchange, Coinfloor, Houbi และยังมีนักพัฒนาจาก Bitcoin core มาเข้าร่วมประชุมนี้ด้วย

ซึ่งผลจากการประชุมนั้นสรุปใจความได้ว่า ต้องการที่จะทำ Hard fork หลังจากที่ Bitcoin core ได้มีการพัฒนาระบบ SegWit ภายใน wallet ให้เสร็จก่อน ซึ่งคาดว่าจะรอประมาณ 3 เดือนหลังจากที่ SegWit ได้พัฒนาเสร็จ แล้วจากนั้นค่อยปล่อย code สำหรับ Hard fork ออกมา ซึ่งเหล่านักพัฒนาระบบต่างก็เห็นพ้องต้องกันว่าจะร่วมกันพัฒนาระบบ SegWit ของ Bitcoin core ก่อน แต่สำหรับการ Soft fork นั้นยังเป็นไปกำหนดเดิมคือในอีก 2 เดือนข้างหน้า

คาดว่าหลังจากที่มีการทำ Hard fork แล้ว ขนาดของบล็อกบิทคอยน์ จะมีขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 2 MB แต่ก็ไม่เกิน 4 MB และคาดว่าตัวระบบ SegWit จะปล่อยออกมาช่วงราวๆ เดือนเมษายนปี 2016 ดังนั้น code สำหรับทำ Hard fork อาจออกมาช่วงราวๆ เดือนกรกฎาคม ปี 2016 และถ้ามีคนสนับสนุนมากขึ้น อาจจะทำการ Hard fork ในช่วงประมาณเดือนกรกฎาคมปี 2017

แต่ทางนาย Brian Armstrong CEO ของตลาดแลกเปลี่ยนบิทคอยน์อย่าง Coinbase กับไม่ค่อยชอบใจกับผลสรุปการประชุมนี้เท่าไหร่ เพราะ Coinbase พร้อมที่จะใช้ Bitcoin classic แล้ว ซึ่งเขามองว่าการ Hard fork นั้นทิ้งช่วงนานไป โดยเขากล่าวว่าปัญหาที่ควรจะแก้ไข ณ ตอนนี้คือ ขนาดของบล็อกที่ควรจะเพิ่มขึ้น ซึ่งนาย Brian เองก็พอเข้าใจที่ทาง Bitcoin core ต้องการพัฒนาระบบ SegWit ให้เรียบร้อยก่อน Hard fork เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดจากการ Hard fork แต่นาย Brian เองเชื่อว่า Bitcoin classic นั้นมีระบบที่ป้องกันปัญหาที่ Bitcoin core กังวลนี้ไว้แล้ว

ที่มาของข่าว Cointelegraph และ มติที่ประชุม

Ledger Nano S - The secure hardware wallet

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.