มาฝากเงินสกุลดิจิตอลแล้วกินดอกกัน

ช่วงนี้วุ่นๆกับการทำเฟสขายแว่นตากับคุณแฟน เลยไม่ค่อยได้เข้ามาอัพเดทข่าวสารเท่าไหร่ คงไม่ว่ากันนะครับ 

คงต้องแบ่งเวลากันใหม่สักหน่อย ส่วนสำหรับใครที่อยากได้แว่น Brand name พวก Rayban, Dior, Gentelmonster, Oakley, Gucci, Louis, Versace ฯลฯ ไว้ใส่ ก็เข้าไปเลือกชมเลือกซื้อกันได้นะครับที่ fb.com/vantahiso อิอิ ขอฝากประชาสัมพันธ์ร้านหน่อย ^^

มาต่อเรื่องของเรา ใครว่าฝากเงินสกุลดิจิตอลแล้วกินดอกเบี้ยไม่ได้ 5555 ทำได้ครับ!! แน่นอนครับ ดอกเบี้ยไม่ใช่มาจากการฝากเงินดิจิตอลเข้ากับธนาคารพาณิชย์ แต่มันมาจากการเก็บเงินไว้ในกระเป๋าหรือ wallet ของเราเท่านั้น

มาขยายความกันหน่อย คือ แค่เก็บเงินไว้ใน wallet และรอให้ครบกำหนดระยะเวลาการจ่ายดอกเบี้ย ระบบก็จะจ่ายดอกเบี้ยให้กับเรา ระบบนี้เรียกว่า Proof of Stake (PoS) หรือบางคนอาจเรียก “ขุดเหมืองดอกเบี้ย”  ซึ่ง ณ ปัจจุบันที่ เงินดิจิตอลที่ใช้ระบบดอกเบี้ยมีอยู่หลากหลายนะครับ สำหรับผมก็ทำอยู่ 2 สกุลเงินคือ  Hyper Stake (HYP) และ Tekcoin (TEK) (อยากทำหลายๆสกุลๆ แต่ทุนไม่มี T.T)
หลักการทำงาน อธิบายแบบง่ายๆก็คือ เมื่อมีการโอนเงินเข้ากระเป๋าเงิน (Wallet) ก็จะเกิดการสร้างบล็อกการโอนเงินหรือการแบ่งบล็อกในระบบ ตัวโปรแกรมของ wallet ได้ถูกออกแบบให้นับอายุบล็อกแต่ล่ะบล็อกที่ถูกสร้างขึ้น เมื่ออายุครบ และตรงตามเงื่อนไขของค่า Diff และเราเองเปิด wallet เพื่อรอรับดอกเบี้ย โปรแกรมของ wallet ก็จะสร้างเหรียญ และจ่ายให้เจ้าของบล็อกนั้น นั่นก็คือ ดอกเบี้ยก็จะถูกจ่ายให้กับ wallet นั้นๆ 
ซึ่งการจ่ายเงินนั้นไม่ใช่คน เป็นคนจ่าย แต่เป็นระบบโปรแกรม ที่ผู้สร้าง wallet นั้นได้กำหนดให้ระบบเป็นผู้จ่ายเงิน ซึ่งผู้สร้าง wallet เองก็ไม่สามารถที่จะควบคุม wallet ได้เพราะการทำงานได้ถูกกำหนดไว้ตั้งแต่แรกเริ่มโปรแกรมแล้ว
ถ้าจะถามว่า “แล้วถ้าฝากเงินอย่างนี้ มีความเสี่ยงรึเปล่า ข้อดีหรือข้อเสียมีไหม” 
ตอบเลยว่า “มีครับ” ความเสี่ยงคือ
1. ความเสี่ยงเรื่องราคาการแลกเปลี่ยนเงินดิจิตอลนั้นๆ เช่น วันนี้เราซื้อ HYP ที่ราคา 0.00000497 btc จำนวน 8,000 hyp (มูลค่ารวมเป็น 0.03832btc)  เมื่อเก็บเงินไว้ใน wallet จนได้ดอกเบี้ย 1,000 hyp ราคา HYP อาจหล่นมาอยู่ที่ 0.00000097btc ใน wallet มีเงินรวม 9,000hyp(มูลค่ารวมเป็น 0.00873btc)  ซึ่งสาเหตุก็อาจเป็นเพราะ คนทีมีจำนวนเหรียญ hyp เยอะมากๆ เทขายในตลาด จึงทำให้ราคาดิ่งลง 
2. ความเสี่ยงการเฟ้อของเหรียญ หรือเรียกว่า “เงินเฟ้อ” นั้นเอง ปัญหาอาจมาจาก เมื่อมีคนได้ดอกเบี้ยมากๆ ไม่นำมาทยอยขาย แต่กลับมาเทขาย ทำให้โครงสร้างราคาการแลกเปลี่ยนค่าเงิน มีการเปลียนแปลง ซึ่งการเฟ้อของเหรียญนั้นเราเองก็ไม่สามารถจะรู้แน่ชัดว่าจะเกิดขึ้นตอนไหน แต่ถ้าติดตามข่าวสาร หรือปริมาณการซื้อขาย ของเหรียญนั้นๆอย่างต่อเนื่อง อาจจะเห็นสัญญาณการเฟ้อของเหรียญนั้นก็ได้
3. ค่า diff มีค่ามากขึ้น การได้รับดอกเบี้ยก็ช้า และถ้าเลยอายุของเหรียญนั้น เราก็อาจไม่ได้ดอกเบี้ย ในเดือนนั้น  โดยค่า diff มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ซึ่งสาเหตุหนึ่งก็คือ จำนวนเงินที่ฝากเข้าน้อยกว่าที่ระบบกำหนด หรือ จำนวนเงินที่เราฝากเข้ามันน้อยเมื่อเทียบกับคนอื่น (สู้ค่า diff คนอื่นไม่ไหวทำให้ใช้เวลานาน) โดยแต่ล่ะเหรียญจะมีขั้นต่ำและขั้นสูงในการฝากเข้าระบบ ยิ่งฝากเยอะระบบก็จะจ่ายเงินดอกเบี้ยให้เราเร็วขึ้น 
4. อีกหนึ่งข้อเสีย คือ ต้องเปิด wallet ไว้ตลอดเวลา หรือต้องเปิดwallet ให้เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตบ่อยๆ นั้นก็คือ ก็จะมีค่าใช้จ่ายเรื่องค่าไฟนั้นเอง ถึงเราจะทราบว่าเหรียญจะครบอายุรับดอกเบี้ยวันไหน แต่เราก็ไม่รู้ว่าดอกเบี้ยจะเข้าเวลาไหน อาจจะตอนตี1 ตอนเช้า ตอนบ่าย ตอนค่ำ หรืออาจเป็นวันพรุ่งนี้ก็ได้
5. ข้อดี คือ ไม่ต้องทำอะไรเลย ฝากเงินแล้วรอกินดอก เงินต้นไม่หาย (แต่อัตราการแลกเปลี่ยนมีผลทำให้มูลค่าเงินดิจิตอลนั้นๆอาจมี เพิ่ม/ลด ตามข้อ 1. นี่แหละสำคัญ)  
ทุกๆการลงทุนย่อมมีความเสี่ยงเสมอนะครับจะมากจะน้อยก็แล้วแต่ลักษณะการลงทุน อยู่ที่ว่าแต่ล่ะคนจะมีวิธีการรับมือ หรือแก้ไขกับความเสี่ยงที่เจออย่างไร
ตอนต่อไปจะมาแนะนำวิธีการฝากแต่ล่ะเหรียญกัน 
วันนี้ผมขออนุญาตไปนอนก่อนเอาแรงก่อนนะครับ^^
Ledger Nano S - The secure hardware wallet

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Ledger Nano S - The secure hardware wallet