Ledger Nano S - The secure hardware wallet

บันทึกแมงเม่า วิเคราะห์ราคาบิทคอยน์ วันที่ 19-6-59

ตื่นมาเช้าวันอาทิตย์ยังไม่มีที่จะไปไหน เลยมานั่งดูกราฟที่เราได้วิเคราะห์ไว้ ดูสิว่าจะเป็นอย่างที่เราคิดไหม เอากราฟที่เราคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ คือ คลื่น 3 จบหรือยัง
16-6-59

อันนี้ราคาเมื่อเช้าวันนี้ ( 19 มิ.ย.59 )

เห็นว่าราคามีการทะลุ high เดิมไป แต่ vol. ยังน้อยไปหน่อย ราคาเลยหล่นลงมาอีกครั้ง ลักษณะจึงเหมือนจะก่อตัวเป็น Double Top สภาวะนี้บ่งบอกได้ว่า ตลาดเริ่มหมดแรงรึเปล่า เพราะราคาขึ้นไปทำ high ใหม่ แต่ vol. และ RSI. กลับไม่ไปตามราคา คาดว่าน่าจะวิ่งออกด้านข้างไปก่อน หรือกระทิงจะขวิดครั้งสุดท้าย แล้วตายคาอ้อมกอดหมี ก็ยังไม่รู้

จากที่เราได้ยินข่าวเกี่ยวกับเหรียญ ETH โดนขโมยเมื่อวันที่ 17 มิ.ย.นั้น คือสาเหตุยังไม่รู้แน่ชัดว่า เหรียญโดนขโมย หรือว่าระบบของ ETH ที่เกี่ยวกับ samart contract ของ DAO นั้นบกพร่อง เพราะว่าเหรียญ ETH ที่จะเข้าไปสู่ขั้นตอนต่อไปของ DAO ที่เรียกว่า Child DAO ได้หายไปมูลค่ากว่า 50 ล้านดอลล่าฯ จากที่เห็นราคา ETH และ DAO ดิ่งพสุธากันมาเลย

แน่นอนความน่าเชื่อถือต่อเหรียญทั้งสองย่อมลดลงเป็นธรรมดา และเมื่อเกิดเรื่องดังกล่าวคนกลุ่มหนึ่งก็อยากจะให้ทำการรีเซ็ตระบบเหรียญ ETH ใหม่โดยการ HardFork เพื่อจะดึงเหรียญที่หายไปกลับคืนมา แน่นอนคนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย เพราะมันส่อให้เห็นว่า เหรียญนี้ไม่ใช้เหรียญแบบ Decentralized ( Decentralized คือ เหรียญที่ปราศจากการควบคุมโดยคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง)

 

แล้วมันจะมีผลกับบิทคอยน์ไหม ผมก็มานั่งคิดว่าตามหลักจิตวิทยา คิดว่ามีแน่ แต่จะทางไหน ลองคิดนะครับ คือคนที่ถือเหรียญ ETH หรือ DAO เทขายเหรียญออกมา แน่นอนการเทขายเหรีญออกมาก็จะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่เปลี่ยนจาก ETHและ DAO/BTC และ ETHและDAO/USD ซึ่งกลุ่มที่เปลี่ยนเป็น BTC อาจถือไว้สักพัก เพื่อรอขาย หรืออาจจะขายเพื่อทำกำไรเอาทุนคืนเนื่องจากขาดทุนจากการที่ขาย ETH อย่างนี้ทำให้ราคา BTC หล่น อีกกลุ่มที่เปลี่ยนเป็น USD แล้วจะไปเก็ง BTC ต่อจึงมาซื้อไล่ BTC เพื่อเก็บไว้เก็งกำไร อย่างนี้ก็ทำให้ราคาบิทคอยน์ขึ้น ผมคิดว่า นี่อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ราคาบิทคอยน์ยังทรงๆ ไม่ไปไหน จึงเป็นรูปแบบดังที่กล่าวไว้ข้างบน คงต้องดูตามระดับแนวรับ แนวต้านไปทีละระดับ

ลองมาหาตัวผู้เล่นอื่นเพิ่ม เช่น นักลงทุนที่คิดว่าจะลงทุนในเงินดิจิตอลจึงเลือก ETH เพราะราคาไม่แพง และดูน่าเชื่อถือ แต่พอมาเจอเหตุการณ์นี้ อาจมองว่า เงินดิจิตอลมันหลอกลวง อาจจะพาลรวมไปถึงบิทคอยน์ จึงทำให้ตัดสินใจเลิกที่จะลงทุนในเงินดิจิตอล จึงขายทั้ง ETH และ BTC ราคาบิทคอยน์ร่วงต่ำ ถ้าเป็นอย่างนี้ก็สอดคล้องกับการจบคลื่น 3 ได้ รอการปรับตัวที่คลื่น 4 แล้วไปต่อคลื่น 5 แต่คาดว่าคลื่น 5 น่าจะไม่ยาวมากเพราะ คลื่น 3 ยาวมาก ถือว่าเป็นคลื่นยืดตัว ประมาณการได้ว่า ความยาวคลื่น 5 น่าจะประมาความยาวคลื่น 1

Ledger Nano S - The secure hardware wallet

Leave a Reply