Ledger Nano S - The secure hardware wallet

ทิศทางราคาบิทคอยน์ วิเคราะห์ราคาบิทคอยน์กับบันทึกแมงเม่า 25 ม.ค. 2561

ราคาบิตคอยน์ตกฮวบ 50% นับตั้งแต่หลังปีใหม่ สายเทรด โดยเฉพาะที่พึ่งเข้ามาในตลาดคริปโต อาจคิดว่ามันจะจบแล้วรึเปล่า ฟองสบู่บิทคอยน์มันแตกรึยัง เลิกดีกว่าไหม?

ตลาดคริปโต อาจจะคล้ายๆ กับตลาดทุนอื่นๆ ในโลก ซึ่งสิ่งที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนคือ Cryptocurrency หรือเงินดิจิตอลนั้นมันเป็นระบบ Decentralize คือไม่มีตัวกลาง นั้นคือไม่มีใครควบคุม อย่างเช่น ตลาดหุ้น ที่มีบริษัทเป็นผู้ดำเนินกิจการ เงินสด ที่มีธนาคารต่างๆ เป็นผู้ดูแล แล้วเงินดิจิตอลล่ะ ในเมื่อไม่มีใครควบคุมมันได้ ทำไมมันถึงยังอยู่ได้ และราคาทำไมมันถึงเคลื่อนไหวอย่างนั้น (ขึ้นก็ขึ้นแบบตะบี้ตะบัน ลงก็แบบไม่เกรงใจเม่าน้อยๆ นี่เล้ย) หลายๆ คนคงคิดว่า เงินดิจิตอล ก็มี “เจ้า” เหมือนกับพวกตลาดทุนอื่นๆ เช่นเดียวกัน แต่ในความคิดผม ณ ตอนนี้สำหรับตลาดคริปโต นั้นเจ้ายังไม่เกิด เพราะเจ้ายังมีเหรียญไม่มากพอที่จะผลักดันตลาดไปในทางที่เขาต้องการ ถ้าเราเอาบิทคอยน์เป็นตัววิเคราะห์ จะเห็นว่าใครๆ ก็ถือบิทคอยน์ได้ และเพราะมันมีแค่ 21 ล้านเหรียญ เจ้าต้องใช้ความพยายาม และเวลามากมายขนาดไหน รวมถึงเงินสดเท่าไหร่ถึงจะเก็บรวบรวมบิทคอยน์ได้มากพอที่จะผลักดันราคาไปในทิศทางที่ตนต้องการได้ จุดแข็งของบิทคอยน์ก็คือผู้ใช้งานเป็นตัวกำหนดราคา ตามกฎอุปสงค์/อุปทาน และมันก็เป็นข้อด้อยเช่นกัน เพราะเพียงแค่มีข่าว ก็มีผลกระทบต่อราคามันแล้ว เพราะบิทคอยน์มันเป็นจิตวิทยามวลชนที่แท้จริง แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องเข้าใจคือว่า เจ้าไม่สามารถที่จะผลักดันราคาได้ตลอด แต่จะทำแค่ช่วงระยะเวลาหนึ่ง เพื่อจะเก็บของตามจุดที่เขาต้องการ

คนที่เข้ามาใหม่ๆ อาจยังไม่เข้าใจว่าทำไมบิทคอยน์ราคามันถึงแพงเช่นนั้น ผมก็ให้คำตอบไม่ได้ เช่นเดียวกันกับว่า ทำไมรูปภาพโมนาลิซ่า, พระเครื่อง, ทองคำ หรือแร่ธาตุบางชนิด ฯลฯ มันถึงราคาแพงมากจริงๆ แต่ ทั้งหมดทั้งมวลมีจุดร่วมเดียวกันก็คือ มันอยู่บนความเชื่อของมนุษย์, ความยากในการปลอมแปลงหรือทำซ้ำ, มีจำนวนจำกัด นี้แหละที่ทำให้สิ่งๆ หนึ่งมีมูลค่าขึ้นมาได้ ซึ่งเราๆ เองจะเป็นผู้ประเมินเองว่า สิ่งนั้น ควรที่จะมีราคาเท่าไหร่

ที่เกริ่นแนวๆ นี้มา เพื่อจะบอกว่า การวิเคราะห์กราฟทางเทคนิคของเงินดิจิตอลมันไม่สามารถที่จะเอาเทคนิคที่ใช้ในการวิเคราะห์ตลาดหุ้น หรือตลาดฟิวเจอร์มาใช้ได้ทั้งหมด ด้วยเพราะว่าตลาดเหล่านั้นมักจะมี เจ้าใหญ่ เช่น สถานบันการเงิน หรือกลุ่มนักลงทุนที่ทุนหนา ที่สามารถผลักดันราคาได้ ตามปริมาณการซื้อขายที่เคลื่อนไหว แต่กลับใช้ไม่ได้กับตลาดคริปโต แต่มันก็ไม่มีวิธีที่ดีกว่านี้แล้ว เพราะอย่างน้อยราคาก็สะท้อนอารมณ์ของคนตลาดได้ดีกว่าข่าวที่มักจะมาหลังราคาขยับ

เอาล่ะมาเข้าเรื่องการวิเคราะห์กันบ้างดีกว่า จากที่ราคามันดิ่งลงฮวบตั้งแต่ปีใหม่ ตอนนี้ก็เหมือนจะมีทีท่ายังไม่หยุด ผมจะใช้ข้อมูลราคาจาก Bitstamp 

จะเห็นว่าราคาได้ทำ new low แน่นอนว่าเราประเมินได้ว่ามันคือแนวโน้มขาลง จากที่ได้วิเคราะห์มาก่อนหน้าแล้วว่า ตอนนี้คลื่นกำลังก่อตัวในลูกที่ W3 ซึ่งเป็นคลื่นลูกสุดท้าย โดยคลื่นลูกนี้จะเป็นคลื่นที่รวมผู้เข้าร่วมเยอะที่สุด ดังนั้น ถ้าราคาลง ก็ลงแรง ขึ้นก็ขึ้นแรง (แต่ส่วนมากจะเป็นอย่างแรกเสียมากกว่า)

เมื่อลองลากเส้นคู่ขนานก็จะพบว่ามันเคลื่อนที่ในรูปแบบธง ที่เป็นรูปแบบต่อเนื่อง และเมื่อราคาได้ทะลุแนวรับลงมา มันก็ลงมาได้เท่าระยะความกว้างของเส้นคู่ขนาน ซึ่งมันก็เป็นเรื่องที่แปลกเหมือนกัน ทีนี้หลังจากที่มันวิ่งลงมาแล้ว ราคาได้ทำการรีบาวด์ขึ้นไปเพื่อจะไปทดสอบแนวรับที่หลุดมา แต่มันก็ไม่สามารถที่จะกลับไปทดสอบได้ แต่เราดูอินดิเคเตอร์ RSI แล้วพบว่ามันได้ทำ new high กลายเป็นว่าเราพบ Bearish Hidden diver. มีหมีซ่อนอยู่ในการรีบาวด์นี้ ดังนั้นการรีบาวด์นี้จะเป็นการเปลี่ยนเทรนจากลงกลางเป็นขึ้นรึเปล่า ขึ้นอยู่กับว่า มันจะทำลายแนวต้านจุดแรกของ สัญญาณ Bearish hidden div. ที่ 14,394 usd ไหม ถ้าทำไม่ได้ก็ลงต่อไป โดยเป้าหมายการหยุดจะอยู่ที่

ระดับฟิโบ. 138.20% , 150% และ 161.80% ซึ่งจุดนี้จะเป็นจุดแนวรับที่มีนัยยะ แล้วต่อไปคิดว่าจะลงไปอีกไหม? ไม่มีใครรู้คำตอบนี้ครับ แต่เราจะมารอดูพร้อมกันว่าเมื่อราคาปรับตัวลงมาจุดนี้แล้วมันจะลงไปต่อไหม แต่ถ้าดูจากพฤติกรรมของบิทคอยน์ มันมักจะปรับตัวครั้งใหญ่ ราวๆ 80% อัพ  ซึ่งจุดนี้ก็จะเป็นการปรับตัวราวๆ 80 กว่าเปอร์เซ็นต์ และมันจะวิ่งออกด้านข้าง แต่ไม่รู้ว่าจะวิ่งออกด้านข้างนานหรือไม่ เพราะจากที่เคยมีการปรับตัวเมื่อปลายปี 2013 และลงมาต่ำสุดช่วงต้นปี 2015 ที่ จากราคา 1,163 USD เหลือ 152 USD ราคาก็ค่อยๆปรับตัวขึ้นจนเป็น 19,666 USD เมื่อปลายปี 2017 รวมลูปนี้แล้ว 4 ปี ทีนี้เราก็มาติดตามว่า ในโลกปัจจุบันที่คนเข้าตลาดคริปโตกันมากมายขนาดนี้ จาก 4 ปี จะเหลือ หรือจะเป็น กี่ปี

ทีนี้มาดูตลาดบิทคอยน์บ้านเรากันมั่ง ที่ตลาด BX ราคาเหรียญของ BTCTHB ก็ไม่แตกต่างกันกับตลาดนอกเลย พบเจอ Bearish Hidden div. เช่นกัน ทำให้กำหนดราคาแนวรับได้เหมือนกันก่อนหน้านี้เลย

ดังนี้ในสภาวะแบบนี้การเทรดจึงเป็นการเข้าเร็วออกเร็ว เพราะอยู่ในแนวโน้มขาลง การที่จะเทรดสวนทางนั้น อันตรายเป็นอย่างยิ่ง ควรจะเอาใจใส่เป็นพิเศษนะครับ

 

Ledger Nano S - The secure hardware wallet

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.